กระโดดเชือกให้มีความสุข ทำอย่างไร

“แต่ผมเห็นเดินลอยนวลกันเกร่อ คิดว่าอาจเพราะมี'คนปกป้อง”พระซึ่งเคร่งในธรรมสีหน้าเรียบเฉยตอบ “จะป้องจะปกอย่างไรต้องได้รับ เชื่ออาตมาเถอะ” ก็แย้งท่านไปอีก “แต่ผมไม่ค่อยเชื่อ ที่รู้มาจากพรรคพวก มันอยู่กันสุขสบาย มีรถขี่ บ้านหลังเกือบเท่าศาลาวัด กระโดดเชือก บ้างใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ถ้าไม่มีคนคุ้มกะลาหัว จะเป็นไปได้หรือ”'หลวงพี่ก็'ว่า “โยมหนอมไม่รู้หรอก ภายในจิตใจพวกเขาเหล่านั้นมนร้อนรุ่ม ต้องยิ้มให้ตัวเองเอาไว้เพื่อซ่อนความรู้สึกที่แสนทรมาน” ผมหันเร็วจากมองลานวัดมาที่หลวงพี่ทองสุขแล้วถาม “ทำไมท่านรู้ หรือเดาใจพวกนั้นเอา” พระอารมณ์ดียิ้มเล็กน้อยสายตานิ่งอยู่ชั่วครู่แล้วเหมือนท่านเห็นภาพเหตุการณ์อย่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงเบื้องหน้าพักหนึ่ง เจ้าแก้วที่ผมเล่าเรื่องของมัน เดินเหงื่อซกเข้ามาพอดี คงไปเล่นบอลกับเพื่อน หลวงพี่จึงเรียกและร้องบอก “แก้ว ไปดูสิ ท่านสินอยู่กุฏิหรือเปล่าหากพบ บอกหลวงพ่อนิมนต์หน่อย”เจ้าแก้วซึ่งบัดนี้อายุสิบห้าเกือบเป็นหนุ่มเต็มตัว รับคำแล้วเดินเลยไปทางด้านข้างของโบสถ์ ผมให้สงสัยท่านเรียกใครแล้วให้มาทำไม จะเอ่ยถามหลวงพี่ เชือกกระโดดไร้สาย แต่ท่านพูดขึ้นก่อน “โยมหนอมอยากรู้ใช่ไหม คนเป็นมือปีนยิงเขาแล้วตายบ้างไม่ตายบ้าง หัวใจเป็นอย่างไร” พยักหน้า ตอบพระไปสันๆ “ครับผม" ท่านก็เอ่ยต่อ “งั้นเดี๋ยวจะได้ฟังจากปากเลย” ก็ให้สงสัยจึงถาม “ที่ให้แก้วไปตาม เป็นมือปีนหรือครับ” หลวงพี่พยักหน้าและว่า “ใช่ โยมคิดกุกแล้ว”สมองของผมเริ่มสับสน วัดนี้อนุญาตให้มือปีนหนีมาบวชได้ด้วยหรืออีกใจคิด อาจไม่ใช่พระก็ได้น่าเป็นฆราวาสมาอาศัยอยู่ จึงซักท่าน “ที่กำลังไปตาม เป็นพระหรือเปล่าครับท่าน” หลวงพี่พย้กหน้า ตอบเสียงหนักแน่น“ก็พระนาซี”จึงคางในลำคอถามอีก  เชือกกระโดดแบบไหนดี “เอฆ่าคน บวชได้หรือครับ”ท่านทองลุ'ชยิ้มกริ่ม ย้อนถาม “องค์คุลีมาลฆ่าคนหรือเปล่า”ผมพยักหน้าบ้างและ'ว,า “ฆ่าครับมากเสียด้วย” ท่านถามอีก“แล้วพระพุทธเจ้ายอมบวชให้ไหม” คราวนี้ผมเสียงอ่อย “ยอมครับ” ท่านก็ว่า “นั่นแหละ เดี๋ยวโยมหนอมจะรู้เรื่อง

 

เชือกกระโดดนับรอบ

Write a comment

Comments: 0