เทคนิคการโหนบาร์ลดหน้าท้องภายใน 1 อาทิตย์ ตอนที่ 1

พุทธศาสนาจะมีอนาคตในลังคมไทยได้ก็ต่อเมื่อมีบทบาทที่สร้างสรรค์กว่าที่เป็นอยู่ บทบาทที่ว่าคืออะไร หากไม่ใช่การเป็นพื้นฐานของจริยธรรมในลังคมไทย หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นอุดมการณ์ของสังคม จะทำเช่นนั้นได้หมายความว่า1.    จะต้องมีการปรับปรุงและอธิบายหลักธรรมคำสอนให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของลังคม สามารถตอบโต้และเท่าทันกับอุดมการณ์!หม่ๆ ไม่ว่าทุนนิยม บริโภคนิยม หรือความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เช่น โลกานุวัตรการทำลายสภาพแวดล้อม ความแปลกแยกของผู้คน2.    กลายมาเป็นสภาพแวดล้อมทางลังคมที่ครอบคลุมสัมพันธ์กับชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั่วไป (เช่นกลายเป็นภาษาและวิธีคิดที่ใช้กันทั่วไป)สามารถผสานเข้าไปในวิถีชีวิตและกิจกรรมด้านต่างๆ ของผู้คน เช่น ในทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือศิลปะ หรือผสานเข้าไปในศาสตร์แขนงต่างๆ เช่นเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ กล่าวอีกนัยหนึ่ง “ บาร์โหนตั้งพื้น สามารถยึดกุมพื้นฐานทางความคิดและกิจกรรมต่างๆ ของผู้คน นับตั้งแต่ภูมิปัญญาวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ศิลปะ จำอวด ลิเก และการอภิปรายในสภา ฯลฯในอดีตพุทธศาสนาสามารถเป็นพื้นฐานของจริยธรรมในลังคมไทยได้เพราะสามารถแสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าในด้านอุดมการณ์ กล่าวคือสามารถให้คำตอบเกี่ยวกับชีวิตและโลกได้ดีกว่าความเชื่ออื่นๆ ในเวลานั้น  เแทรวิน้ทิสามารถก่อให้เกิดความดีงามแก่ชีวิตและสังคมได้แท้จริง อีกทั้งยังสามารถกลายเป็นสภาพแวดล้อมทางสังคม จนสามารถหล่อหลอมโลกทัศน์และระบบคุณค่าของผู้คนให้สอดคล้องกับหลักการแบบพุทธได้ ดังเห็นได้จากการที่แนวคิดแบบพุทธได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของภาษาที่คนไทยใช้พูดกัน (แม้ว่าจะคลาดเคลื่อนจากความหมายเดิมไปบ้าง)  บาร์โหนเด็ก ไม่ว่า อนิจจา เมตตา สติ บุญกรรมในปัจจุบัน แม้เราไม่อาจคาดหวังให้พุทธศาสนากลับมาเป็นอุดมการณ์หลักของสังคมไทยดังแต่ก่อน แต่การปฏิรูปตัวเองก็ยังเป็นสิงจำเป็นต่อพุทธศาสนาในไทยอยู่นั่นเอง จากที่กล่าวมา พอจะสรุปได้ว่า พุทธศาสนาจะต้องมีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลง 3 ระดับคือ1. การปฏิรูปวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ ทั้งในด้านคืล (วินัย) สมาธิ(การฝึกจิต) และปัญญา (สัมมาทิฏฐิ) วินัยของพระนั้นควรจะต้องปรับปรุงให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันด้วย เช่น วินัยเกี่ยวกับเงินนั้นควรจะครอบคลุมไปถึงเครดิตการ์ด หรือการเล่นหุ้นหรือไม่ สำหรับการล่งเสริมในด้านสมาธิและปัญญานั้น ควรมุ่งให้เกิดดุลยภาพระหว่างแหล่งความรู้ 3 ประ๓ทได้แก่ จารีต เหตุผล และประสบการณ์ทางจิต ลำพังการได้ยินได้ฟังหรือเรียนรู้จากคำสอนทางจารีต  ฝึกโหนบาร์ (เช่นพระไตรปิฎก หรือคำสอนที่สืบทอดกันมา)ยังไม่พอ ต้องใช้เหตุผลใคร่ครวญ และมีประสบการณ์ส่วนตัวรองรับด้วยขณะเดียวกันเหตุผลอย่างเดียวไม่สามารถช่วยให้บุคคลค้นพบสัจธรรมได้จำเป็นต้องได้ฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าและครูบาอาจารย์ที่สืบทอดกันมารวมทั้งตรวจสอบกับประสบการณ์ส่วนตัวด้วย    แต่ถ้าให้ความสำคัญกับประสบการณ์ส่วนตัวมากเกินไป ไม่เทียบเคียงกับคำสอนในพระไตรปิฎกและไม่ใช้เหตุผลใคร่ครวญประกอบ ก็อาจนำไปสู่มิจฉาทิฏฐิได้ การปฏิรูปพุทธศาสนาต้องคำนึงถึงดุลยภาพของแหล่งความรู้ 3 ประ๓ทนี้ด้วย หากเน้น2 ประเภทแรกก็อาจเป็นอย่างธรรมยุต ขายบาร์โหนราคาถูก  แต่ถ้าเน้นประสบการณ์ส่วนตัวโดยไม่สนใจพระไตรปิฎก ก็อาจทำให้เห็นนิพพานเป็นอัตตาอย่างที่เชื่อกันในหมู่ธรรมกาย

 

บาร์โหน

Write a comment

Comments: 0