การเล่นดึงข้อ เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และสามารถเพิ่มความสูงได้ ตอนที่ 2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรุปความคือในบรรดาเจ้าสำนักที่นำเสนอพุทธศาสนาแบบใหม่ มีแต่ท่านพุทธทาสเท่านั้นที่ข้อเสนอต่างๆ ของท่านมีรากฐานเกี่ยวข้องกับของเดิมนอกนั้นดูจะสร้างอะไรต่างๆ ขึ้นมาใหม่แทบทั้งสิน ความแตกต่างนี้สำคัญที่ท่านพุทธทาสได้รับการยอมรับจากผู้รู้พุทธศาสนากระแสหลักก็ตรงที่คนเหล่านี้เห็นว่าสิ่งที่ท่านสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่นั้น แม้จะใหม่ แรง และบางส่วนมีลักษณะเป็นการปฏิวัติความคิดเดิมชนิดหน้าเป็นหลัง แต่ก็เป็น'ของ,ใหม่ที่มองเห็นเค้าได้ว่ามาจากของเก่านั่นเอง ไมใช่ของใหม่ชนิดที่ไร้ที่ไปที่มามีข้อที่นำสังเกตอีกประการหนึ่งคือ แม้ว่าพุทธศาสนาแบบของรัฐดูจะมีลักษณะของการผูกขาดความถูกต้องทางความเชื่ออยู่ แต่ภายในระบบนั้นก็มีช่องทางที่เปิดโอกาสให้มีความคิดที่หลากหลายได้ ในระยะแรกๆ ของการก่อตั้งธรรมยุติกนิกายนั้น ความคิดแบบวิทยาศาสตร์กำลังเข้ามาสู่ลังคมไทยความคิดทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวนี้ดูจะมีอิทธิพลต่อความคิดของผู้นำคณะธรรมยุตในสมัยนั้น(ดังจะเห็นได้จากกรณีของรัชกาลที่ 4 ท่านคือผู้สถาปนาธรรมยุติกนิกายขึ้น และท่านก็เป็นผู้สนใจวิทยาศาสตร์จนต่อมาทรงได้รับการเชิดชูพระเกียรติว่าทรงเป็นบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย อิทธิพลของวิทยา-  นเทธวิพัเศาสตร์ทำให้เกิดการตีความพุทธศาสนาแบบใหม่ขึ้น ซึ่งในที่นี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการตีความแบบคำนึงถึงเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ในงานนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณะเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรสซึ่งเป็นผู้นำคณะธรรมยุตที่สำคัญผู้หนึ่ง  บาร์โหนติดผนัง เราจะเห็นการนำเสนอวิธีเข้าใจพุทธธรรมที่แตกต่างไปจากแนวจารีตหลายประการ เช่นเมื่อทรงนิพนธ์เรื่องพระพุทธประวัติ ก็ทรงวิจารณ์ว่าการที่คัมภีร์เขียนบรรยายว่าเกิดปาฏิหาริย์อย่างนั้นอย่างนี้ฃึ้นนำจะตีความได้ว่าเป็นอย่างนั้อย่างนั้น สิงที่ทรงทำคีอการตีความเรื่องที่อยู่เหนิอธรรมชาตีมาให้เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติหมด เมื่อทรงนิพนธ์เรื่องทางวินัย ก็ทรงวิจารณ์พระบาลีและอรรถกถาในที่ที่ท่านเห็นว่าข้อความตรงนั้นไม่อาจยอมรีบได้เพราะขัดแย้งต่อเหตุผลและสามัญสำนึก ถึงที่สุดพระองค์ท่านก็ถึงกับกล่าวว่าพระไตรปิฎกเองเราก็ต้องอ่านและค์กษาอย่างไตร่ตรอง  บาร์โหนติดประตูราคาถูก ไม่ใช่เชื่อถือตามถ้อยอักษรที่ปรากฏไปเสืยหมด งานนิพนธ์ของพระองค์เป็นงานที่มีลักษณะสำคัญอย่างหนึ่งคีอเป็นงานที่เปิดช่องให้ผู้อ่านคิดต่อหรือแม้แต่คิดแย้งสิงที่ทรงนิพนธ์เอาไว้ แนวทางตามที่กล่าวมานี้ปรากฏว่าต่อมาได้มีอิทธิพลอย่างลึกซึ้งต่อความคิดของท่านพุทธทาสการที่พุทธศาสนากระแสหลักของสังคมไทยเปิดช่องให้มีการคิดอะไรใหม่ๆ ได้นี้ อาจถือได้ว่าเป็นความใจกว้าง และความใจกว้างนี้ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พุทธศาสนาในสังคมไทยไม่เคยปรากฏความขัดแย้งอย่างรุนแรงในเรื่องการตีความคำสอน แนวคิดหลายเรื่องที่ท่านพุทธทาสเสนอนั้นมหาเถรสมาคมอาจจะไม่เห็นด้วย  วิธีโหนบาร์ที่ถูกต้อง เช่นเรื่องที่ท่านตีความว่าธรรมในพุทธ-ศาสนามีความหมายเท่ากับพระเจ้าในศาสนาแบบเทวนิยม หรือการอธิบายปฎิจจสมุปบาทแบบขณะจิต แต่แนวคิดของท่านพุทธทาสก็ได้รับการเคารพโดยมหาเถรสมาคม หลายคนอาจคลางแคลงใจว่า ในเมื่อพุทธศาสนาชองรัฐยอมรับแนวคิดที่แหวกแนวชองท่านพุทธทาสได้ ทำไมจึงไม่อาจยอมรับแนวคิดของสำนักสันติอโศกหรือของสำนักธรรมกายได้ นี่คือปริศนาที่'น่า'ขบคิดเมื่อมหาเถรสมาคมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า วัดพระธรรมกายต้องเลิกสอนว่านิพพานเป็นอัตตา และพร้อมกันนี้มหาเถรสมาคมก็มีมตีให้สำนักธรรมกาย ดร. สมภาร พรมทา     เล่าเรียนพระปริยัติธรรมอันเป็นแบบแผนที่พุทธศาสนาของรัฐรับรองว่าถูกต้องมีนักวิชาการบางท่านในบ้านเราได้ตั้งคำถามว่านี่เป็นการใช้อำนาจรัฐลิดรอนเสรีภาพในเรื่องความเชื่อหรือไม่ คำถามนี้เคยเกิดกับกรณีสันติอโศกมาแล้วเป็นที่น่าสังเกตว่าในการต่อสู้ในศาลเพื่อยืนยันว่าตนเองมีลิทธิและเสรีภาพที่จะเชื่อและปฏิบัติอย่างไม่ตรงกับแนวทางของพุทธศาสนากระแสหลัก  บาร์โหนประกอบง่าย สำนักสันติอโศกได้อ้างสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่แล้วข้ออ้างนั้นก็เป็นหมัน ทำไมซาวพุทธคนใดคนหนึ่งในประเทศนี้จึงไม่สามารถอ้างสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่จะคิดและเชื่อว่า นี่คือคำสอนของพุทธศาสนาทำไมท่านโพธิรักษ์จึงไม่มีสิทธิและเสรีภาพที่จะอธิบายคำสอนในพุทธศาสนาอย่างที่ท่านเชื่อ ทำไมท่านธัมมชโยจึงไม่มีสิทธิและเสรีภาพที่จะสอนว่านิพพานเป็นอัตตา การใช้อำนาจรัฐห้ามการเผยแพร่ความคิดความเชื่อส่วนตัวของบุคคลเช่นนี้ จะอธิบายได้อย่างไรว่าไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิและเสรีภาพที่จะคิดและเชื่อในสิงที่ตนประสงค์จะเชื่อ นี่คือคำถามที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

 

บาร์โหน

Write a comment

Comments: 0